หินดวงจันทร์ทำพิษ
ข้อมูลทั้งหมดนี้นำมาจากเวบไซต์ของ


ศุลกากรอเมริกันจับกุมผู้เสนอขายหินดวงจันทร์ราคา 5 ล้านดอลลาร์ของแท้จากยานอะพอลโล 17

การสะสมเป็นหนึ่งในบรรดางานอดิเรกยอดนิยม ส่วนจะสะสมอะไรนั้นก็ขึ้นกับรสนิยมของแต่ละบุคคลซึ่งมีตั้งแต่ของเล็กๆน้อยๆ เช่น ตั๋วรถเมล์ แฮนด์บิลล์ภาพยนตร์ กลักไม้ขีดไฟ ฯลฯ ไปจนถึงของราคาแพงๆ เช่น ภาพเขียน รถยนต์ ฯลฯ

แต่สำหรับของสะสมสำหรับผู้สนใจในวิทยาศาสตร์อาจจะแปลกพิสดารออกไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น สะสมฟอสซิล อุกกาบาต หรือหินจากดวงจันทร์ หินจากดาวอังคาร ฯลฯ ซึ่งเป็นของที่หายาก สำหรับผู้ที่ไม่สนใจก็อาจจะมองว่าเป็นของที่ไม่มีราคาค่างวดอะไร เพราะเป็นแค่ก้อนกรวดก้อนหิน แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลแล้วละก็ ก้อนกรวดก้อนหินเหล่านี้อาจประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว

ชีวิตของนักสะสมอุกกาบาตก็ออกจะพิสดารอยู่ไม่เบา เพราะจะอยู่ไม่ค่อยเป็นที่ ต้องขึ้นเหนือล่องใต้อยู่ตลอดเวลา หากได้ทราบข่าวอุกกาบาตตกในที่ใดก็จะต้องรีบเดินทางไปในที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นในท้องนา ป่า เขา ก็ต้องเดินทางไป จากนั้นก็เดินดุ่มๆมองหาเศษอุกกาบาตที่อาจตกกระจายอยู่ตามพื้น ซึ่งนักสะสมจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับอุกกาบาตด้วย เพราะหากดูไม่เป็นแล้วไปหยิบเอาก้อนหินในท้องนามาก็คงเสียความรู้สึกไปเปล่าๆ หรือหากเป็นพวกที่ชอบสบาย ไม่ค่อยชอบออกไปผจญภัยไล่เก็บอุกกาบาตก็อาจจะซื้อต่อมาจากนักสะสมที่ชอบเดินทางเหล่านี้อีกทีหนึ่ง ดังนั้นจึงทำให้เกิดธุรกิจซื้อขายอุกกาบาตหรือหินจากนอกโลกขึ้นมาในหมู่นักสะสม ซึ่งเป็นของสะสมที่มีราคาสูง สามารถทำรายได้ได้อย่างดงาม

หินจากดวงจันทร์เป็นหนึ่งในบรรดาของสะสมยอดนิยมของนักสะสมหินจากนอกโลก พวกฝรั่งโดยเฉพาะชาวอเมริกันถึงกับมีการลงประกาศรับซื้อหรือประกาศขายหินดวงจันทร์กันในหน้าหนังสือพิมพ์ทีเดียว ซึ่งก้อนหินที่ลงประกาศเหล่านี้ก็จริงบ้าง ปลอมบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของปลอมเสียมากกว่า โดยเอาหินจากในโลกนี่เองแต่เอามาอุปโลกน์ว่าเป็นหินจากดวงจันทร์ หากผู้ซื้อไม่มีความรู้หรือพิสูจน์ไม่เป็นก็ต้องถูกต้มเปื่อยไป

ภาพจากอดีต แฮร์ริสัน ชมิดท์
นักบินอวกาศของยานอะพอลโล 17
กำลังขับยานยนต์อยู่บนดวงจันทร์
เมื่อปี ค.ศ. 1972 หรือเมื่อเกือบ
30 ปีมาแล้ว

เพื่อเป็นการปราบปรามนักต้มตุ๋นที่หลอกขายหินดวงจันทร์ปลอม ทางการสหรัฐฯจึงได้วางแผนเพื่อกวาดล้างนักต้มตุ๋นหลอกขายหินดวงจันทร์ปลอม โดยลงประกาศรับซื้อหินดวงจันทร์ทางหน้าหนังสือพิมพ์ชั้นนำของชาวอเมริกัน คือ ยูเอสเอทูเดย์ (USA Today) โดยหวังจะให้นักตุ๋นทั้งหลายวิ่งเข้ามาติดกับ ซึ่งก็ได้ผล มีผู้เสนอขายหินดวงจันทร์กันหลายราย

แต่ที่ผิดสังเกตคือมีอยู่รายหนึ่ง มีชื่อว่าเชอร์แนน วัยราว 60 ปี อ้างแปลกๆว่าหินดวงจันทร์ของตนนั้นเป็นหินดวงจันทร์ขนานแท้และดั้งเดิมเพราะเป็นหินจากดวงจันทร์ของประเทศฮอนดูรัสซึ่งได้จากยานอะพอลโล 17 โดยเสนอขายในราคา 5 ล้านดอลลาร์หรือราว 180 ล้านบาท (คิดที่ดอลลาร์ละ 36 บาท)

ส่วนหนึ่งของหินดวงจันทร์ที่ยาน
อะพอลโล 17 นำกลับสู่โลก ดูแล้ว
ก็เหมือนก้อนหินทั่วไปบนโลก แต่แท้
ที่จริงแล้วมีองค์ประกอบต่างกัน
สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์
แยกแยะได้ ยานอะพอลโล 17 เป็น
ยานลำสุดท้ายในโครงการยาน
อะพอลโลสำรวจดวงจันทร์

เมื่อได้ยินคำกล่าวอ้างแปลกๆเช่นนี้ นักสืบของทางการจึงได้ลองตรวจสอบข้อมูลดู ก็ปรากฏว่าประเทศฮอนดูรัสนั้นได้ครอบครองหินจากดวงจันทร์เอาไว้ก้อนหนึ่งจริงๆ โดยในสมัยของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐอเมริกานั้น เมื่อโครงการอะพอลโลปิดตัวลงโดยยานอะพอลโลลำสุดท้ายคือยานอะพอลโล 17 ซึ่งถูกยิงขึ้นจากฐานเมื่อปี ค.ศ. 1972 หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1973 ประธานาธิบดีนิกสันก็ได้นำหินจากดวงจันทร์ซึ่งได้จากโครงการอะพอลโล 17 มาแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆแล้วแจกจ่ายแก่นานาประเทศเพื่อเป็นที่ระลึกถึงความก้าวหน้าในโครงการสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งหนึ่งในประเทศที่ได้รับแจกหินที่ว่านี้ก็มีประเทศฮอนดูรัสอยู่ด้วย

เมื่อเจ้าหน้าที่เชื่อว่าหินนี้อาจจะเป็นหินจากดวงจันทร์ที่ถูกขโมยมาจากประเทศฮอนดูรัส จึงทำการจับกุมตัวนายเชอร์แนนพร้อมทั้งยึดหินจากดวงจันทร์ของกลางมาได้จากตู้เซฟของธนาคารแห่งหนึ่งในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา จากนั้นก็เชิญเจ้าหน้าที่จากศูนย์อวกาศจอห์นสัน อันเป็นหน่วยงานขององค์การนาซาเจ้าของโครงการอะพอลโลในอดีตมาทำการพิสูจน์ ก็ปรากฏว่าหินจากดวงจันทร์ก้อนนั้นเป็นหินจากดวงจันทร์อายุ 4 พันล้านปีที่สหรัฐฯเคยให้แก่ประเทศฮอนดูรัสจริงๆ ซึ่งเชอร์แนนให้การว่าซื้อหินจากดวงจันทร์ก้อนนี้มาจากนายพลเกษียชาวฮอนดูรัสคนหนึ่ง

หินจากดวงจันทร์ซึ่งเป็นของประเทศ
ฮอนดูรัสซึ่งถูกขโมยมาขายใน
สหรัฐอเมริกา (ที่เห็นเป็นก้อนอยู่ใน
ถ้วย) มีขนาดเท่าเล็บมือเท่านั้น
ริชาร์ด นิกสัน อดีตประธานาธิบดี
ของสหรัฐอเมริกา

ราฟาเอล โลเปซ เจ้าหน้าที่ศุลกากรของเมืองไมอามีกล่าวว่าเหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งแรกที่ทางการสหรัฐฯจับกุมจนได้ก้อนหินจากดวงจันทร์จริงๆมา ทั้งๆตั้งใจจะปราบพวกนักต้มตุ๋น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ผิดคาด

สำหรับเชอร์แนนนั้นหลังจากการจับกุมตัวแล้วก็ถูกปล่อยตัวไปชั่วคราว สำหรับข้อหาที่ทางการจะตั้งให้แก่เชอร์แนนนั้นก็พิลึกพิลั่นพอดู เพราะไม่ใช่ลักทรัพย์ รับของโจร หรืออะไรทำนองนั้น แต่เป็นข้อหานำของเข้าประเทศโดยไม่ได้แจ้งเสียภาษีอันเป็นข้อหาทางด้านศุลกากร

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนที่นักบินอวกาศในโครงการอะพอลโลนำหินจากดวงจันทร์กลับมายังโลกนั้นต้องแจ้งศุลกากรด้วยหรือเปล่า เพราะไม่อย่างนั้นอาจมีสิทธิเจอข้อหาเดียวกับนายเชอร์แนนเหมือนกัน