ความหมายของ "Clipart"
        คำ ๆ นี้มีรากศัพท์มาจากคำว่า "Clip" แปลว่าการตัด ซึ่งมีที่มาจากขั้นตอนการตัดแล้วนำมาแปะลงในกระดาษ เราจึงนำมาสร้างคำใหม่ว่า "Clipart" ในภาษาไทยเรียกว่า "ภาพตัดแปะ" หรือ "ภาพตัดปะ" ก็ได้

ทำไมต้องใช้ภาพ Clipart
        เพราะคุณสามารถนำภาพเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับงานอื่น ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานด้านเอกสาร การนำเสนอผลงาน หรือแม้แต่การทำเวบเพจและงานประเภทอื่น ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ภาพแนว Clipart ยังไม่แพร่หลายมากนัก ใช้จำกัดเฉพาะในแวดวงงานหนังสือพิมพ์และโฆษณาเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนิยมใช้กันเกลื่อนแทบทุกวงการไม่เว้นแต่งานเอกสารธรรมดา ๆ และจากกระแสความนิยมนี้เอง เราจึงเห็นภาพ Clipart ปรากฏอยู่ทั่วไปตามหนังสือ หัวจดหมาย วารสารของบริษัท หนังสือรายงานประจำปีและในงานอื่น ๆ อีกมากมาย

การใช้ภาพ Clipart ในปัจจุบัน
        ในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Clipart Collection ซึ่งเป็นซีดีรอมรวบรวมรูปภาพจำนวนมากให้เลือกใช้กันอย่างจุใจ และจากความนิยมในการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ที่มีมากขึ้น มีการเพิ่มขีดความสามารถของเครื่องมือที่ใช้ในการออกแบบภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์รวม Clipart ที่มีคุณภาพ มีการแบ่งเป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบมากขึ้น ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นจำนวนภาพซึ่งมีอยู่มากมายนับล้านภาพให้เลือกใช้ นั่นก็หมายความว่าจะต้องมีภาพใดภาพหนึ่งที่คุณสามารถนำไปใช้งานได้อย่างแน่นอน
        ยิ่งในช่วงที่กระแสของอินเทอร์เน็ตมาแรง หลายคนเลือกเข้าไปในเวบไซต์ดี ๆ เพื่อดาวน์โหลดภาพบางภาพมาใช้งานได้โดยไม่สนใจเรื่องลิขสิทธิ์เลย แม้จะมีข้อความเตือนว่า "ห้ามทำซ้ำ", "ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน" หรือ "ห้ามติดตั้งโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของงานก่อน" ก็ตาม และเวบไซต์ภาพ Clipart หลายแห่งให้เครดิตเจ้าของงานไว้เพื่อแสดงว่าภาพเหล่านั้นมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถดำเนินคดีได้หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ที่นำภาพไปใช้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
        ถึงแม้จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ แต่ปัจจุบันก็มีเวบไซต์ประเภท Free Clipart เป็นทางออกหนึ่งสำหรับบรรดาผู้นิยมของฟรี เพราะนอกจากจะดาวน์โหลดภาพไปใช้ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว (บางแห่งต้องสมัครสมาชิกก่อน) ยังมีบริการดาวน์โหลดภาพแบบออนไลน์เป็นของสมนาคุณให้อีกต่างหาก ตัวอย่างเวบไซต์ประเภทนี้ เช่น www.clipart.com หรือ www.clipartworld.com เป็นต้น

ใช้ Clipart อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
        ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้ภาพ Clipart กันมากขึ้น ฉะนั้นการนำภาพมาใช้จึงจำเป็นต้องพิถีพิถันมากขึ้นตามไปด้วย การเลือกภาพให้เหมาะกับข้อความที่ต้องการถ่ายทอดผ่านภาพการ์ตูนต่าง ๆ จะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วยเช่นกัน
        การนำภาพ Clipart มาใช้ในงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น คุณต้องไม่ลืมไปว่า ภาพ คือ องค์ประกอบหนึ่งของเอกสาร ซึ่งนำมาใช้เพื่อตกแต่งเอกสารให้ดูสวยงามและน่าสนใจมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันจะต้องไม่ทำให้ตัวข้อความขาดความน่าสนใจหรือด้อยค่าลงไป ความเหมาะสมที่ว่านี้ยังรวมไปถึงปัจจัยต่าง ๆ ในแง่ของความเป็นหนึ่งเดียวกับเอกสาร ความกลมกลืนระหว่างภาพที่นำมาใช้กับภาพประกอบอื่น ๆ พยายามหลีกเลี่ยงการนำภาพหลายภาพมาไว้ในหน้าเดียวกัน นอกจากนี้การนำภาพมาใช้ยังต้องดูที่ประเภทของงานและวัตถุประสงค์ของการใช้งานอีกด้วย บางงานเหมาะที่จะใช้ภาพ Clipart ขณะที่บางงานใช้ภาพถ่ายจะเหมาะกว่า

เทคนิคการใช้ Clipart ให้มีประสิทธิภาพ
  • แยกภาพออกมาดูทีละภาพ เพื่อดูว่าภาพไหนเหมาะสมกับงาน วิธีนี้จะช่วยให้คุณตัดสินเลือกภาพได้ง่ายขึ้น
  • เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว ควรปรับขนาดภาพให้ใกล้เคียงกับขนาดที่คุณจะนำไปใช้จริง เพราะบางภาพจะดูสวยเมื่อย่อให้เล็กลง ขณะที่บางภาพต้องขยายใหญ่ขึ้น
  • เลือกภาพที่มีลักษณะและทิศทางเข้ากับประเภทงาน เป็นต้นว่าภาพแนวตั้งจะเหมาะที่จะใช้เป็นหน้าปกของโบรชัวร์มากกว่าภาพแนวนอน
การใช้ภาพสื่อความหมาย
  • สื่อความหมายที่เข้าใจกันทั่วไป เช่น ภาพ หัวกะโหลกหรือกระดูกไขว้ บอกถึงอันตราย
  • ภาพบางภาพมีความหมายเฉพาะตัว เช่น ภาพกุญแจสายยู สื่อถึงการกักกัน ไร้เสรีภาพ
  • แสดงการเปรียบเทียบความคิดที่แตกต่างกัน เช่น ภาพน้ำครึ่งแก้ว สื่อความถึงทัศนคติส่วนตัวของแต่ละคน
  • เครื่องหมายต่าง ๆ ใช้สื่อความหมายได้ทันทีว่าพูดถึงเรื่องอะไร เช่น $ หมายถึง เงิน

ข้อมูลจากหนังสือ รวมคลิปอาร์ท (Universal Cliparts) Vol.2 โดยบริษัท เจเนซิส มีเดียคอม จำกัด